ขาดอากาศ

posted on 16 Dec 2006 00:42 by bentale  in tale-to-tell

“ ความรักเปรียบเสมือน เหมือนอากาศ

ที่มันช่วยหล่อเลี้ยง ให้ทุกชีวิตยังคงอยู่ มีลมหายใจ

โลกหมุนด้วยความรัก ”

... ... ...

เดือนธันวาคม ปลายปี 2549

อากาศเปลี่ยน... ที่จริงต้องเรียกว่าอากาศเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาถึงจะถูก
จะว่าไปมันก็ยังดี ดีที่มันยังไหลเวียน ยังถ่ายเท... ยังมีความเปลี่ยนแปลง

อาจเป็นความไม่คงที่ ซึ่งเราเริ่มจะคุ้นชินกันซะแล้ว


อากาศ

สำหรับประเทศที่แทบจะแนบสนิทกับเส้นศูนย์สูตร และเป็นส่วนหนึ่งของเปลือกโลกในโซนร้อนชื้น
ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่า "ร้อน , ชื้น" ไม่ฝน ก็แดดล่ะ เมื่อฝนมาก็ไหลสู่แม่น้ำ สู่ทะเล แดดมา ฝนก็แห้ง น้ำก็ละเหย ไปกลั่นตัวกัน ตกลงมาเป็นฝนให้ฉ่ำกันอีก...

คนบ้านเราจึงไม่ค่อยได้สัมผัสกับความแตกต่างของอุณหภูมิมากนัก ยังไม่เคยได้ยินว่าคนไทยต้องหนาวตาย และก็ไม่เคยมีใครบ่นว่าร้อนจนตายไปเลยจริงๆเช่นกัน

เราอาจโชคดี... แต่โชคไม่เคยฝักใฝ่ข้างไหนตลอดไปซักที
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือความไม่คงที่ของสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ซึ่งเป็นผลตามมาจากมนุษย์เราเอง

เราไม่พอใจอากาศร้อน... เราก็เร่งแอร์กันขึ้นไปอีกสิ แค่นี้อุณหภูมิราว 23 องศาในห้องกระจก ก็เย็นยะเยือกจนคนนับร้อยในตึกสำนักงานสูงลิบได้โอกาสใส่เสื้อกันหนาว

ท้าอุหภูมิอบอ้าวราวๆ 34 องศาด้านนอกที่ห่างกันเพียงกระจกกั้น

เราก็ยังคิดเอาน้ำฝนที่ตกปีละหลายล้านลูกบากศ์มาใช้ให้เกิดประโยชน์... เรามีระบบชลประทาน พลังงานน้ำ เราสร้างเขื่อน แต่แล้วเราก็ลืมคิดไปด้วยว่า คนเราตัวนิดเดียว
เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่มีใครควบคุมน้ำจากฟ้าได้ทั้งหมดอย่างครบวงจร


มนุษย์

จากคำกล่าวของโอโช(Osho)ปราชญ์อินเดีย... มนุษยน์นั้นเกี่ยวข้องอยู่กับ 3 ญาณ คือ สัญชาตญาณ ปรีชาญาณ และ ปัญญาญาณ

สัญชาตญาณคือแรงขับตามธรรมชาติ เพื่อการดำรงชีวิต สืบพันธุ์ และป้องกันตัว ปรีชาญาณคือ การคิดด้วยสมอง การใช้เหตุผลคิดใคร่ครวญและคิดค้น ปัญญาญาณ เป็นเรื่องที่เหนือกว่านั้น หรืออาจเรียกว่าสภาวะ "ปิ๊งแว้บ" ที่อยู่ดีๆคำตอบ หรือการรู้แจ้ง ก็โผล่ขึ้นมา

จากที่เราเคยใช้สัญชาติญาณช่วยให้ชีวิตดำเนินไปได้อย่างปกติ คนเยอะขึ้น อยู่ร่วมกันมากขึ้น เริ่มคิดเรื่องอื่นมากกว่าการกิน อยู่ หลับ นอน

แล้วมนุษยก็์พัฒนาศักยภาพตนเองไปได้ไกลกว่าที่คนยุคหินเคยคิดไว้นัก ปรีชาญาณมีบทบาทอย่างยิ่งในยุคสมัยที่ก้าวสู่ความเจริญ มนุษย์เรียนรู้ คิดค้นสิ่งต่างๆมากมาย เรามีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คอยให้คำตอบตั้งแต่เรื่องจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ไปจนถึงเรื่องล้นเกินความต้องการพื้นฐานอีกมากมายในปัจจุบัน


"ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งห่างกันมากขึ้นเท่านั้น"


Osho ยกตัวอย่างไว้ว่าถ้าเราเดินเข้าไปในป่าแล้วเจอดอกกุหลาบโดยที่ขณะนั้นเรายังไม่รู้ว่า มันเป็นดอกอะไร เราจะเกิดความอยากรู้อยากเห็น และยังไม่ได้แยกตัวเรากับดอกไม้ เกิดเป็นความสนใจที่จะเรียนรู้ สังเกต และเก็บรายละเอียดดอกไม้นั้นให้มากที่สุด แต่ถ้าเรารู้ว่ามันคือดอกกุหลาบแล้ว ความสนใจนี้อาจจะหายไป

ดอกกุหลาบไม่น่าสนใจเสียแล้ว... มันไม่งดงามตื่นตาเหมือนครั้งแรกเห็น

อากาศเปลี่ยนแปลง... มนุษย์เปลี่ยนไป...

ปัญญาญาณ หรือปิ๊งแว๊บ ที่อยู่ๆก็เข้ามาไม่ให้เรารู้ตัวอาจเป็นกลไกธรรมชาติอีกอย่างนึงหรือเปล่า
ไม่มีใครให้คำตอบแน่ชัดได้ ไม่มีเหตุผลการมา การไปที่แน่นอน

แต่ที่ชัด คือเรารู้สึกได้เลยว่า ชีวิตมีความหมายมากกว่าการใช้ความคิดและลงมือทำให้ได้มาซึ่งคำตอบ และพิสูจน์ได้ตามตรรก

เมื่อเหตุผลไม่สามารถให้คำตอบได้กับทุกสิ่ง แต่แล้วบางสิ่งที่เป็นลางสังหรณ์ กับอาการ"แว๊บเดียว" ซึ่งไม่รู้มาจากไหนก็เกิดขึ้น หรือนี่คือ "ปัญญาญาณ" (Intuition) ปรากฏการณ์ที่มักจะเกิดขึ้น หลังจากที่ได้ใช้ความคิดมาจนเต็มที่ จนถึงจุดที่รู้สึกว่าตัน...


สำหรับความรัก

หญิงวัยสามสิบต้นๆสองคนคุยกัน

ความรักครั้งใหม่เป็นไงบ้าง?

มีความสุขดีนะ ช่วงนี้โปรโมชั่น เช้าถึงเย็นถึง มารับ มาส่ง มีของติดไม้ติดมือมาฝากตลอด

จะว่าไปก็โชคดีที่เลิกกับคนเก่าไปได้ ทั้งๆที่ผูกพันนะ
แต่มันทนอยู่กันต่อไปไม่ได้แล้ว มันไม่เห็นเหมือนตอนที่เรารักกันใหม่ๆ

แล้วสามีเธอล่ะ ?

เขาก็บอกรักฉันนะ ทุกวันๆ เจ็ดปีมาแล้ว

แต่ทำไมแววตาท่าทางของเขาดูแล้วไม่เหมือนเดิม


ในชั่วอึดใจนั้น...


หญิงสองคนมองตากัน คล้ายเห็นใจกันและกัน และคล้ายรู้ชะตากรรมอยู่ในที
คล้ายว่าปัญญาญาณกำลังทำหน้าที่ของมันอยู่เงียบๆ

... ... ...


" ดนตรีนั้นเล่นอยู่ ฟังฉันฟังอยู่ แต่ว่าในใจนั้นเงียบงัน "



หมายเหตุ : บทความนี้ขอยืมแรงบันดาลใจจากบางช่วงของเพลง
"โลกหมุนด้วยความรัก" ศิลปิน: Cresendo
" รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป" ศิลปิน : Groove Riders

และทัศนะจากหนังสือ
"ปัญญาญาณ Intuition:Knowing Beyond Logic" โดย Osho

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่ะ

เข้าใจนำมาชง

ชอบเพลง รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป นี้อ่ะ

.
นุ่ม
.
ลุ่มลึก..

#3 By yaoicuty (58.9.57.108) on 2006-12-27 13:11

แกเอ๊ย

#4 By fuxsuxlux on 2007-01-04 08:33

"ความสุข คือการอุบัติซ้ำที่น่าเบื่อหน่าย" ประโยคจากนักเขียน "ผู้ชาย" ในหนังสือ "ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต"

ขอทิ้งคำคม(คนอื่น)ไว้บ้างครับ ตนเองยังวุฒิภาวะไม่ถึงสามสิบ ไม่บังอาจบอกว่ารู้เรื่องความรัก

#5 By iMenn (58.8.90.195) on 2007-02-10 23:38

555

บทสนทนาของหญิงวัยสามสิบข้างบนมันมาเองตามจินตนาการ...

ถึงตอนนี้... ยังไม่รู้ว่าถ้า(อีกหลายปี)ถึงสามสิบแล้วจะต้องใช้คำพวกนบอกตัวเองรึป่าวเหมือนกัน

#6 By ben'tale on 2007-02-11 17:12

พี่เบนฟัง Bakery ด้วยหรอครับ
>
ถึงจะรู้ชะตากรรม ... แต่ถึงยังไงก็ต้องปล่อยให้เป็นไปหรอครับ ...
>
โลกหมุนด้วยความรัก ... แต่ว่าในใจนั้นเงียบงัน

#7 By Always (58.9.117.206) on 2007-06-08 20:43