.

" การออกแบบรัฐธรรมนูญมิใช่ปัจจัยสำคัญเพียงปัจจัยเดียวที่มีผลต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการปฏิรูปการเมือง

ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของวัฒนธรรม จิตวิญญาณ และวิถีชีวิต หากสังคมปราศจากวัฒนธรรมและจิตวิญญาณประชาธิปไตย ถึงจะออกแบบรัฐธรรมนูญให้ดีเลิศอย่างไร ก็มิอาจปฏิรูปการเมืองได้

ในสังคมการเมืองที่อุดมด้วยอัปรียชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่ โดยปราศจากการปลูกฝังวัฒนธรรมและจิตวิญญาณประชาธิปไตย การปฏิรูปการเมืองจักต้องเผชิญกับความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า "

.

Quote ด้านบนนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสุทรกถาที่ได้มีโอกาสรับฟังจาก อ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ ตั้งแต่ปีที่แล้ว เมื่อได้เปิดไฟล์ที่เก็บเอาไว้อีกครั้ง แล้วค่อยๆ อ่านกลับพบความเกี่ยวพ้องกับช่วงเวลานี้ของบ้านเมืองอย่างประหลาด และคงเสียดายหากไฟล์ความยาวขนาดไม่กี่แผ่น A4 ชิ้นนี้ จะถูกเก็บลืมไว้นิ่งๆ ในมุมหนึ่งของฮาร์ดดิสก์

อยากให้ลองอ่านสุทรกถาที่ดูเรียบๆ เรื่อยๆ ทว่ามีพลังในการนำเสนอมุมมองความคิดอย่างลึกซึ้ง โดยเนื้อหาหลักแบ่งเป็นสองส่วนคือ หนึ่ง. การยกย่องให้เกียรติต่อผู้เป็นตำนานของวงการสิ่งพิมพ์ไทย และรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ และ สอง.กล่าวถึงผลงานของท่าน สะท้อนวิธีการทำงานวิชาการ และมุมมองว่าด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผสมผสานองค์ความรู้จากสาขาวิชาอื่นๆมาร่วมวิเคราะห์

entry นี้จึงขอนำเสนอสุทรกถาชิ้นนี้ของ อ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ เพื่อยกย่องผลงานหนังสือเชิงวิชาการของครูบาอาจารย์ และถือโอกาสร่วมส่งต่อสำนึกแห่งการมีส่วนร่วมตามวิถีประชาธิปไตย

.

ท่ามกลางบรรยากาศเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่ามกลางข้อถกเถียง ข้อกังขา ข้อควรมี ข้อควรเว้น และในท่ามกลางหลากหลายความคิดความเห็น ในจำนวนนั้นยังปรากฏการเพิกเฉย ไม่ยินดียินร้ายของคนไทยอีกจำนวนไม่น้อย

หรือเราควรเบื่อ หรือเราควรทำอย่างอื่นที่สำคัญกว่า?

ยังมีสิ่งใดสำคัญกว่าสิทธิเสรีภาพหน้าที่ของการเป็นพลเมือง?

ด้วยความเคารพ


สุนทรกถา ของ อ.รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์

ในโอกาสรับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์
สาขาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ ประจำปี 2549
9 พฤษภาคม 2549

คุณเมตตา อุทกะพันธุ์
ศาสตราจารย์ ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร
ศาสตราจารย์ ดร. นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์
ท่านผู้มีเกียรติ

ผมขอขอบคุณคณะกรรมการฯ ที่มอบรางวัล ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ สาขาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ ให้ผมในปีนี้
ผมรู้จักคุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ อย่างผิวเผิน ในฐานะนักคิด นักเขียน และปัญญาชน ผมมีโอกาสอ่านงานเขียนจำนวนหนึ่งของคุณชูเกียรติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะทำการผลิตวิทยาสาร และมีโอกาสร่วมวงสนทนาและอภิปรายในการสัมมนาและสภากาแฟในที่ต่างๆ ครั้งสุดท้ายเมื่อคุณชูเกียรติพบว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งแล้ว คุณชูเกียรติเป็นผู้มีความประณีตอย่างยิ่ง ความประณีตดังกล่าวนี้ปรากฏทั้งในงานเขียนและการอภิปราย และทิ้งมรดกแห่งความประณีตไว้ในบริษัทอมรินทร์พรินติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) การที่คุณชูเกียรติได้รับรางวัล Tokyo Creation Award ในปี 2533 นับเป็นประจักษ์พยานของความข้อนี้


วันหนึ่งในปีพุทธศักราช 2545 ผมได้รับหนังสือเล่มหนึ่งจากคุณชูเกียรติ พร้อมทั้งบันทึกว่า ให้อาจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ เพื่อตอบแทนที่ผมได้ความคิดความรู้จากบทความของอาจารย์ ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2545 หนังสือเล่มนี้ชื่อ มะเร็งขึ้นสมอง เป็นบันทึกความทรงจำของคุณชูเกียรติ เขียนในขณะที่รู้ตัวว่ากำลังย่างกรายสู่บั้นปลายแห่งชีวิต คุณชูเกียรติเพิ่งพบว่าป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในปี 2539 และต่อมาพบว่ามะเร็งขึ้นสมองในปี 2544 แต่ผ่าตัดได้ทันท่วงที ภายหลังการผ่าตัด คุณชูเกียรติได้บันทึกไว้ด้วยอารมณ์ขันว่า .. รู้สึกว่าตัวเองมีสมองแจ่มใสและมีสมาธิดีกว่าแต่เดิม จนนึกสงสัยว่า เนื้อสมองส่วนที่ถูกคว้านออกไปมันเป็นขี้เลื่อยหรืออะไรกันแน่ ..


บันทึกความทรงจำเรื่อง มะเร็งขึ้นสมอง ปรากฏคำนำของคุณชูเกียรติลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2545 และคงตีพิมพ์ในเดือนกันยายน ศกเดียวกันนั้น เพราะปรากฏภาคผนวกเรื่อง เล่าเรื่องความตายที่เฉียดฉิวอยู่ตลอด ลงวันที่ 15 กันยายน 2545 โดยที่มีบันทึกมอบหนังสือนี้ให้ผมลงวันที่ 5 ตุลาคม สองเดือนหลังจากนั้น คุณชูเกียรติ ถึงแก่มรณกรรมเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2545 คุณชูเกียรติใช้สติ ปัญญา และธัมมะ ในการต่อสู้กับมะเร็งร้ายเป็นเวลากว่า 5 ปี แม้จะป่วยด้วยโรคร้าย แต่สามารถมีชีวิตที่สงบและอุดมด้วยศานติสุขในบั้นปลายแห่งชีวิตได้


ผมได้รับความรู้และได้ประโยชน์เป็นอันมากจากการอ่านมะเร็งขึ้นสมอง อาทิเช่น ผมเพิ่งได้ทราบจากหนังสือเล่มนี้ว่า คุณชูเกียรติเป็นญาติสนิทของท่านอาจารย์เอกวิทย์ ณ ถลาง คุณชูเกียรติไม่รู้สึกอายที่จะเล่าถึงความขัดสนของตนเองในขณะที่เป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนถึงขั้นบางวันมีเงินไม่พอกินข้าว เมื่อลูกสาวผมเป็นนิสิตคณะเดียวกัน หลังคุณชูเกียรติ 40 ปีเศษ ผมไม่เคยได้ยินลูกสาวผมพูดถึงคนจนในคณะนั้น


จุดเปลี่ยนผันที่สำคัญในชีวิตของคุณชูเกียรติเกิดขึ้นเมื่อคุณชูเกียรติตัดสินใจประกอบธุรกิจ SME ผลิตนิตยสารบ้านและสวน คุณชูเกียรติเล่าเรื่องนี้ในมะเร็งขึ้นสมองไม่ละเอียดนัก ความสำเร็จของนิตยสารบ้านและสวน เกิดจากเหตุปัจจัยสำคัญอย่างน้อย 2 ประการ ประการหนึ่งเกิดจากการคาดการณ์ของคุณชูเกียรติอย่างถูกต้องเกี่ยวกันการเติบใหญ่ของชนชั้นกลางในท่ามกลางการเติบใหญ่ของระบบเศรษฐกิจไทย การเติบใหญ่ของชนชั้นกลางนำมาซึ่งความต้องการบ้าน ที่อยู่อาศัย และการขยายตัวของภาคการเคหะ นิตยสารบ้านและสวนก่อเกิดเพื่อสนองตอบการขยายตัวของตลาดดังกล่าวนี้ กระนั้นก็ตาม ลำพังแต่การเติบใหญ่ของชนชั้นกลางไม่เพียงพอที่จะแปลงโฉมธุรกิจ SME ให้กลายเป็นกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ในธุรกิจการพิมพ์และสำนักพิมพ์ในเวลาต่อมาได้ คุณชูเกียรติมิได้ผลิตหนังสือและนิตยสารเท่านั้น แต่คุณชูเกียรติผลิต ความประณีต เพื่อขาย อาจเป็นเพราะคุณชูเกียรติมีความเข้าใจอย่างถูกต้องว่า ความประณีตมีฐานะเป็นสินค้าที่หามาได้ยาก ซึ่งตลาดโหยหา ด้วยเหตุดังนั้น ความประณีตจึงมีราคา เครืออมรินทร์เติบใหญ่จากการยึดความประณีตเป็นทุนวัฒนธรรม


เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ผมสังเกตเห็นสามานยลักษณะของระบบทุนนิยมไทย ถึงกับลงความเห็นว่า ระบบทุนนิยมไทยเป็นระบบทุนนิยมสามานย์ ผมชอบประดิษฐ์ศัพท์ บางครั้งก็ลืมศัพท์ที่ตัวเองประดิษฐ์ วันหนึ่งได้ยินอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กล่าวถึงระบบทุนนิยมสามานย์ จึงนึกขึ้นได้ว่าเคยประดิษฐ์ศัพท์คำนี้ คุณชูเกียรติในฐานะนายทุนไทย หลีกเลี่ยงการเดินตามแนวทางทุนนิยมสามานย์ ดังจะเห็นได้จากพฤติกรรมการคืนกำไรให้แก่สังคมในรูปแบบต่างๆ ดังเช่นการพิมพ์หนังสือดีที่ขายไม่ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการอุดหนุนการจัดพิมพ์หนังสือชุด สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ รวมตลอดจนการบริจาคเพื่อสร้างสถาบันทักษิณคดีศึกษาที่จังหวัดสงขลา


หนังสือเรื่องเศรษฐศาสตร์รัฐธรรมนูญ: บทวิเคราะห์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ซึ่งได้รับรางวัล ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ในปีนี้ เดิมเป็นงานวิจัยซึ่งได้รับเงินอุดหนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย เมื่อผมได้รับรางวัลกึ่งทุนวิจัย เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ในปี 2539 นั้น ศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิช เป็นผู้อำนวยการของ สกว. ผมเขียนงานวิจัยเล่มนี้เสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2545 ศาสตราจารย์ ดร. ปิยะวัติ บุญหลง ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สกว. ผู้บริหาร สกว. ใช้ขันติธรรมอย่างสูงในการรอคอยผลผลิตของผม โดยที่ไม่เคยปริปากทวงถาม ทั้งๆที่เวลาล่วงเลยมากว่า 5 ปี ตลอดระยะเวลาดังกล่าว ผมต้องเผชิญกับภาวะความอับจนและวิบากกรรมทางปัญญาเป็นพักๆ หากปราศจากการสนับสนุนจาก สกว. ผมคงมิอาจผลิตงานวิชาการลักษณะนี้ได้ ข้อที่น่าสังเกตก็คือ ในช่วงเวลา 5 ปีที่ผมต้องต่อสู้กับตนเองเพื่อผลิตเศรษฐศาสตร์รัฐธรรมนูญ เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่คุณชูเกียรติกำลังต่อสู้มะเร็งร้าย


ในการดำเนินชีวิตทางวิชาการ ผมได้รับความเกื้อหนุนจากผู้หญิง 2 คน คนหนึ่ง คือ แม่ ผู้มีประชาธิปไตยในดวงจิต ผู้อุทิศชีวิตเพื่อให้ลูกทุกคนมีความเป็นอยู่และการศึกษาที่ดี อีกคนหนึ่งเป็นเจ้านาย ผมที่บ้านและในบางโอกาสเป็น เจ้านาย ผมที่ทำงาน ศาสตราจารย์ ดร. ปราณี ทินกร ผมโชคดีที่มีลูกที่เป็นคนดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และไม่เบียดเบียนผู้อื่น

เมื่อมีการนำรายงานวิจัยเรื่อง เศรษฐศาสตร์รัฐธรรมนูญไปตีพิมพ์เป็นหนังสือ คุณประยงค์ คงเมือง แห่งสำนักพิมพ์มติชน ทำหน้าที่บรรณาธิการหนังสืออย่างดียิ่ง ขอได้รับคำขอบคุณจากผม ณ ที่นี้


เศรษฐศาสตร์รัฐธรรมนูญในฐานะสาขาวิชาหนึ่งของเศรษฐศาสตร์ มีอายุไม่เกิน 40 ปี รัฐธรรมนูญเป็น Meta-Institution ผมแปลว่า อภิมหาสถาบัน ศาสตราจารย์ ดร. ชัยอนันต์ สมุทวณิช ทักท้วงว่า ควรจะแปลว่า เอกสถาบัน สถาบันที่เป็นหนึ่ง สถาบันในวิชาเศรษฐศาสตร์มิได้หมายความเพียง Organization องค์กรและการจัดองค์กรเท่านั้น หากยังหมายถึง Rules of the Game กติกาการเล่นเกมอีกด้วย


ในด้วนหนึ่ง รัฐธรรมนูญเป็นกติกาที่กำกับ ควบคุม และตรวจสอบสังคมการเมือง ในอีกด้านหนึ่งรัฐธรรมนูญให้อำนาจในการผลิต Rules of the Game อื่นๆ ด้วยเหตุดังนี้ Constitution จึงเป็น Institution ที่เหนือกว่า Institution อื่นๆ เศรษฐศาสตร์รัฐธรรมนูญมิได้สนใจศึกษาเฉพาะแต่ Rules of the Game ที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ ทั้งที่เป็น Explicit Rules และ Implicit Rules เท่านั้น หากยังสนใจศึกษาโครงสร้างสิ่งจูงใจ (Structure of Incentives) ที่แฝงเร้นใน Rules of the Game อีกด้วย โครงสร้างสิ่งจูงใจเหล่านี้มีผลต่อประพฤติกรรม (Conduct) ของตัวละครในสังคมการเมือง และมีผลต่อผลปฏิบัติการ (Performance) ของสังคมการเมือง นักนิติศาสตร์และนักรัฐศาสตร์ แม้จะสนใจศึกษา Rules of the Game ที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ แต่ละเลยการศึกษาโครงสร้างสิ่งจูงใจที่แฝงเร้นอยู่ในกฎกติกาเหล่านั้น


ความสำเร็จหรือความล้มเหลวในการปฏิรูปการเมือง ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการออกแบบรัฐธรรมนูญ (Constitutional Design) การออกแบบรัฐธรรมนูญจะเป็นไปอย่างเหมาะสม ก็ต่อเมื่อมีความรู้ความเข้าใจโครงสร้างสิ่งจูงใจที่ปรากฏในกฎกติกาชุดต่างๆ การเลือกกติกาโดยปราศจากความรู้ความเข้าในโครงสร้างสิ่งจูงใจของกฎกติกาเหล่านั้น อาจทำให้สังคมการเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงข้ามกับเป้าหมายของการปฏิรูปการเมืองได้

ในประการสำคัญ การออกแบบรัฐธรรมนูญมิใช่ปัจจัยสำคัญเพียงปัจจัยเดียวที่มีผลต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการปฏิรูปการเมือง ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของวัฒนธรรม จิตวิญญาณ และวิถีชีวิต หากสังคมปราศจากวัฒนธรรมและจิตวิญญาณประชาธิปไตย ถึงจะออกแบบรัฐธรรมนูญให้ดีเลิศอย่างไร ก็มิอาจปฏิรูปการเมืองได้ ในสังคมการเมืองที่อุดมด้วยอัปรียชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่ โดยปราศจากการปลูกฝังวัฒนธรรมและจิตวิญญาณประชาธิปไตย การปฏิรูปการเมืองจักต้องเผชิญกับความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่การปลูกฝังวัฒนธรรมและสร้างจิตวิญญาณประชาธิปไตยเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าการเข็นครกขึ้นภูเขา ประชาสังคมไทยไม่ควรวาดฝันอย่างลมๆแล้งๆว่า ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือด้วยการออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่ การปฏิรูปการเมืองจะเกิดขึ้นได้

ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ

ผมขอจบสุนทรกถารับรางวัล ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ แต่เพียงเท่านี้
ขอได้รับความขอบคุณจากผมอีกครั้งหนึ่ง


* รายละเอียด รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ประจำปี 2549 ที่ผ่านมา

* ที่มาของรางวัลฯ และรายละเอียดการคัดเลือกผลงาน

* รายละเอียดพิธีมอบรางวัลประจำปี 2550 ที่กำลังจะมาถึง

* ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับรับฟังความคิดเห็น

* เศรษฐศาสตร์รัฐธรรมนูญ: บทวิเคราะห์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน



Comment

Comment:

Tweet

cakesad smile

#6 By cake (125.27.173.98) on 2009-07-13 20:01

#5 By cake (125.27.173.98) on 2009-07-13 20:00

สุดยอดเลยครับพี่

ผมนั่งอ่านแล้วชอบมากเลย เยอะดีด้วย ได้ความรู้ได้แนวคิดไปเต็ม ๆ

#4 By หล่อสุดในเมืองไทย (124.120.176.186) on 2008-03-19 13:52

เฮ้อออ อ่านแล้วกึ่งดีใจ กึ่งหนักใจ

ดีใจที่ยังมีคนช่วยคิดช่วยทำ

หนักใจที่คนส่วนใหญ่ ยังคงขวางทาง...

#2 By karaveak on 2007-05-04 12:37

เป็นบทความที่ดีมากๆครับ ขอก๊อบเก็บไว้อ่านอีกรอบนะคับ

#1 By yium on 2007-05-03 23:24